วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 7




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ครั้งที่ 7



"สอบกลางภาค"






วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 6




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ครั้งที่ 6




ความรู้ที่ได้รับ


ความยืดหยุ่น
- การปรับเปลี่ยนแผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
- ยอมรับขอบเขตความสามารถของเด็ก
- ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ล่ะคน

การใช้สหวิทยาการ
- ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน


- เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ
- เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส


เทคนิคการให้เสริมแรง
แรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่
- ความสนใจจากผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก
- มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็ก และมักเป็นผลในทันที
- หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆก็จะลดลงและหายไป

วิธีการแสดงออกถึงเเรงเสริมจากผู้ใหญ่
- ตอบสนองด้วยวาจา
- การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
- พยักหน้ารับ ยิ้ม ฟัง
- สัมผัสทางกาย
- ให้ความช่วยเหลือ

หลักการให้แรงเสริมในเด็กปฐมวัย
- ครูต้องให้แรงเสริมทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์
- ครูต้องละเว้นความสนใจทันทีและทุกครั้งที่เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
- ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์

การแนะนำหรือบอกบท ( Prompting )
- ย่อยงาน
- ลำดับความยากง่ายของงาน
- การลำดับงานเป็นการเสริมแรงเพื่่อให้เด็กค่อยๆก้าวไปสู่ความสำเร็จ
- การบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับ

ขั้นตอนการให้แรงเสริม
- สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
- วิเคราะห์งาน กำหนดจุดประสงค์ย่อยๆในงานแต่ล่ะขั้น
- สอนจากง่ายไปยาก
- ให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กพยายามอย่างเหมาะสม
- ลดการบอกบท เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปในขั้นต่อไป
- ให้แรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายมากที่สุด
- ทีล่ะขั้นไม่เร่งรัด "ยิ่งขั้นเล็กเท่าไร ยิ่งดีเท่านั้น"
- ไม่ดุ หรือ ตี

การกำหนดเวลา
- จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม

ความต่อเนื่อง
- พฤติกรรมทุกๆอย่างในชีวิตประจำวันต่อเนื่องกันระหว่างพฤติกรรมย่อยๆ หลายๆอย่างรวมกัน เช่น การเข้าห้องน้ำ การนอนพักผ่อน 
- สอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือย้อนมาจากข้างหลัง

เด็กตักซุป
- การจับช้อน
- การตัก
- การระวังไม่ให้น้ำในช้อนหกก่อนที่จะเข้าปาก
- การเอาช้อนและซุปเข้าปากแทนที่จะทำให้หกรดคาง
-  การเอาซุปออกจากช้อนเข้าสู่ปาก

การลดหรือหยุดแรงเสริม
- ครูจะงดเสริมแรงกับเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
- ทำอย่างอื่นและไม่สนใจเด็ก
- เอาอุปกรณ์หรือของเล่นออกจากเด็ก
- เอาเด็กออกจากการเล่น




ความคงเส้นคงวา

Post Test
- การสอนโดยบังเอิญ หมายความว่าอย่างไร
- การสอนโดยบังเอิญครูต้องพึงปฏิบัติอย่างไร
- ตารางประจำวันของเด็กควรเป็นอย่างไร

"อาจารย์ให้ร้องเพลง และให้ไปฝึก"


ประเมินตนเอง
- ตั้งใจฟังอาจารย์สอน แต่หิวข้าวมากค่ะเลยต้องกินขนมในห้องเรียน 

ประเมินเพื่อน
- เพื่อนช่วยกันตอบอาจารย์และตั้งใจเรียน

ประเมินอาจารย์
- อาจารย์สอนสนุก ถึงจะเรียนเนื้อหาเยอะไปนิด แต่อาจารย์ก็สอนไม่น่าเบื่อค่ะ







วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 5




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ครั้งที่ 5



วันนี้พวกเราเข้าเรียนสาย เพื่อที่จะ HAPPY BIRTHDAY อาจารย์ หนูก็ขอให้อาจารย์มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นอาจารย์ที่น่ารักและใจดีแบบนี้ตลอดไปนะคะ "หนูขอโทษนะคะที่เข้าเรียนสาย"









ความรู้ที่ได้รับ
     วันนี้อาจารย์แจกถุงมือให้ใส่ข้างที่ไม่ถนัด และถามเราว่าเราจำได้ไหมว่ามือของเราเป็นแบบไหน และอาจารย์ให้วาดให้เหมือนที่สุด
  
มือของหนู (อาจจะให้กว่านิ้วจริงไปนิดนะคะ)
     เราอยู่กับมือของเราทุกวัน เราเห็นทุกวัน แต่บางเวลาเราก็อาจจะจำไม่ได้ว่า มือของเราเป็นอย่างไรบ้าง มือข้างที่ไม่ถนัดของเรา ก็เปรียบเหมือน เด็กที่ต้องอยู่กับเราทุกวัน เมื่อเด็กทำอะไรหรือมีพฤติกรรมอย่างไร ถ้าเราไม่ใส่ใจ เราก็จะลืมไปว่าเด็กทำอะไรบ้าง เพราะเราอยู่กับเด็กหลายคน ไม่ใช่คนเดียว เพราะฉนั้นเราต้องดูแลและเอาใจใส่เด็กให้เต็มที่

เพลง 5 เพลง โดยมี อาจารย์ ศรีนวล รัตนสุวรรณ ผู้แต่ง , เรียบเรียงโดย อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน

เพลง ฝึกกายบริหาร
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว



เพลง ผลไม้
ส้มโอ แตงโม แตงไทย
ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น พุทรา
เงาะ ฝรั่ง มังคุด
กล้วย ละมุด น้อยหย่า
ขนุน มะม่วง นานาพันธุ์



เพลง กินผักกัน
กินผักกันเถอะเรา
บวบ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกวา
คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง โหระพา
มะเขือเทศสีดา ฟักทอง กะหล่ำปลี



เพลง ดอกไม้
ดอกไม้ต่างพันธุ์ สวยงามสดสี
เหลือง แดง ม่วงมี แสด ขาว ชมพู



เพลง จ้ำจี้ดอกไม้
จ้ำจี้ ดอกไม้ ดาวเรือง หนอนไก่
จำปี จำปา มะลิ พิกุล
กุหลาบ ชบา บานชื่น กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา เฟื่องฟ้า ราตรี


     นางสาวปิยะดา ผ่องพันธ์ ได้ออกมาร้องเพลง "กายบริหาร" ให้เพื่อนๆและอาจารย์ฟัง
และก็มี นางสาวอรุณจิตร หาญห้าว มาร้องเพลงให้อาจารย์เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด และมีทีมงานมาแสดง เพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับห้องเรา..........


ประเมินตนเอง
- มีความสุขมากเลยค่ะวันนี้ เห็นอาจารย์ยิ้ม ตั้งใจเรียน สนุกสนาน
ประเมินเพื่อน
- เพื่อนมีความกล้าแสงดงออก ตั้งใจเรียน และมีการวางแผนในการที่ช่วยกันจัดวันเกิดให้อาจารย์
ประเมินอาจารย์
- อาจารย์มีข้อคิดและการเปรียเทียบดีๆมาสอนนักศึกษา


วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 4




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558   ครั้งที่ 4




"วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน"
 เนื่องจากอาจารย์ไปเป็นวิทยากร โดยอาจารย์สั่งให้ทำบล็อกให้เสร็จ


วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 3




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558   ครั้งที่ 3



สิ่งที่ได้รับ
รูปแบบการจัดการศึกษา แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
- การศึกษาปกติทั่วไป Regular Education
- การศึกษาพิเศษ Special Education
- การศึกษาแบบเรียนร่วม Integrated Education หรือ Mainstreaming
- การศึกษาแบบเรียนรวม Inclusive Education

การศึกษาแบบเรียนร่วม
  การเรียนร่วม หรือการจัดการศึกษาโดยรวม (Inclusive Education) เป็นแนวคิดในการจัดการศึกษาที่โรงเรียนจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคน โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติ หรือเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษเด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพามาเข้าเรียน ทางโรงเรียนจะต้องรับเด็กและจะต้องจัดการศึกษาให้เขาอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเรียนรู้ตามรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น ให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข การจัดการเรียนร่วมระหว่างเด็กที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติ 

การศึกษาแบบเรียนร่วม มี 2 วิธี ดั้งนี้
 1. การเรียนร่วมบางเวลา Integrationเป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติ โดยอาจจัดให้อยู่ในชั้นปกติในบางเวลา เช่น วิชาดนตรี พลศึกษา หรือร่วมกิจกรรม ลูกเสือ- เนตรนารี กีฬาสี เป็นต้น คาดหวังว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะมีโอกาสแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปกติ และยังหมายถึงการจัดชั้นเรียนเฉพาะสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนปกติ เด็กที่รับบริการในลักษณะนี้มักเป็นเด็กที่มีความพิการระดับปานกลางถึงระดับมาก จึงไม่อาจเรียนร่วมเต็มเวลาได้ ต้องมีการจัดทำแผนการศึกษาพิเศษเฉพาะบุคคลให้กับเด็ก
2.การเรียนร่วมแบบเต็มเวลา Mainstreaming การจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้มีโอกาสได้เรียนชั้นเดียวกับเด็กปกติ ตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน เด็กปกติได้รับบริการการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนอย่างไร เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่ได้รับบริการเช่นเดียวกันเป้าหมายสำคัญของการเรียนร่วมเต็มเวลา คือ เพื่อให้เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันและมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างเด็กที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติ เด็กปกติจะยอมรับความหลากหลายของมนุษย์ เข้าใจว่าคนเราเกิดมาไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง ท่ามกลางความแตกต่างกัน มนุษย์เราต้องการความรัก ความสนใจ ความเอาใจใส่เช่นเดียวกันทุกคน

การศึกษาแบบเรียนรวม 
   การศึกษาแบบเรียนรวม หมายถึง การรับเด็กเข้ารับการศึกษาโดยไม่แบ่งแยกความบกพร่องของเด็ก หรือคัดแยกเด็กที่ด้อยว่าเด็กส่วนใหญ่ออกจากชั้นเรียน แต่จะใช้การบริหารจัดการและวิธีการในการให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาการตามความต้องการ จำเป็นอย่างเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
- เป็นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน
- เด็กพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้เหมาะสมกับความพิเศษของเขา
- การเรียนรวมเป็นแนวทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่โรงเรียนจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่แบ่งแยก
เด็กจะเป็นฝ่ายเลือกโรงเรียนไม่ใช่โรงเรียนเลือกเด็ก

การประเมินพัฒนาการเด็ก
   การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กหรือการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็ก
   การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก

หลักการประเมินพัฒนาการของเด็ก
   หลักการประเมินพัฒนาการของเด็กตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 มีดังนี้
1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านและนำผลมาพัฒนาเด็ก
2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
3. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดียวกับกิจกรรมประจำวัน
4. ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผนเลือกใช้เครื่องมือ และจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะกับเด็ก รวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ ด้าน ไม่ควรใช้การทดสอบ

ความจำเป็นที่ต้องพัฒนาเด็กพิเศษในช่วงปฐมวัย

     เด็กพิเศษควรได้รับการศึกษาแบบเรียนรวมตั้งแต่มีอายุในช่วงปฐมวัยเนื่องจากเด็กในช่วงวัยนี้อยู่ในช่วงที่สมองมีการพัฒนาอย่างสูงสุดคือช่วงอายุ 0-7 ปี เซลล์สมองจะมีการพัฒนาอย่างเต็มที่พร้อมที่จะเรียนรู้เป็นช่วงเวลาที่เด็กมีกาพัฒนาทางการรับรู้เป็นช่วงเวลาที่เด็กมีการพัฒนาทางการรับรู้ ภาษา สังคม อารมณ์ และกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว



  


ประเมินตนเอง
- วันนี้รู้สึกเพลียๆ มีคุยกับเพื่อนบ้าง แต่ก็ตั้งใจเรียนนะคะ และได้ตั้งใจทำงานที่อาจารย์มอบหมายให้จนเสร็จค่ะ

ประเมินเพื่อน
- เพื่อนๆต่างก็มีน้ำใจ ช่วยเพื่อนทำงาน ให้เพื่อนยืมดินสอ และตั้งใจเรียน

ประเมินอาจารย์
- อาจารย์ชมเชยเพื่อนๆที่ทำสีผมดำ เเละก็มีการเอาสิ่งต่างๆมาทำให้นักศึกษาตั้งใจเรียน "ชอบค่ะเวลาอาจารย์ยิ้มน่ารักดี 555"




วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 2




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558   ครั้งที่ 2

ไม่มีการเรียนการสอน "อาจารย์ไม่สบาย"





วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

อนุทิน ครั้งที่ 1




บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน
วัน อังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558   ครั้งที่ 1

สิ่งที่ได้รับ
- อาจารย์เฉลยข้อสอบปลายภาค (ของเทอมที่แล้ว) วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
- อาจารย์เล่าถึงเหตุการณ์ที่พาพี่ปี4 ไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดให้ฟังว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ตั้งแต่เริ่มเดินทางไปจนถึงเดินทางกลับมหาลัยฯ
- อาจารย์ให้ทำแบบทดสอบความรู้เดิมที่เรียนไปในภาคเรียนที่แล้วว่ายังจำกันได้ไม  และให้เขียนวิชาที่จะเรียนในภาคเรียนนี้ว่านักศึกาามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน
- อาจารย์ได้แจกเนื้อเพลง และสอนร้องเพลง เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และให้กลับมาฝึกร้องจำนวน 5 เพลง โดยมี อาจารย์ ศรีนวล  รัตนสุวรรณ  เป็นผู้แต่ง


เพลง นม
นมเป็นอาหารดี มีคุณค่าต่อร่างกาย
ดื่มแล้วชื่นใจ ร่างกายแข็งแรง
ยังมีนมถั่งเหลือง ดื่มได้ดีและไม่แพง
ดื่มแล้วชื่นใจ ร่างกายแข็งแรง



เพลง อาบน้ำ
อาบน้ำซู่ซ่า ล้างหน้าล้างตา
ฟอกสบู่ถูตัว ชำระเหงื่อไคล
ราดน้ำให้ทั่ว เสร็จแล้วเช็ดตัว
อย่าให้ขุ่นมัว สุขกายสบายใจ



เพลง แปรงฟัน
ตื่นเช้าเราแปรงฟัน
กินอาหารแล้วเราแปรงฟัน
ก่อนนอนเราแปรงฟัน
ฟันสะอาดขาวเป็นเงางาม
แปรงฟันที่ถูกวิธี ดูซิต้องแปรงขึ้นลง
แปรงฟันที่ถูกวิธี ดูซิต้องแปรงขึ้นลง



เพลง พี่น้องกัน
บ้านของฉันอยู่ด้วยกันมากหลาย
พ่อ แม่ ปู่ ย่า ลุง ป้า ตา ยาย
มีทั้งน้า อา พี่และน้องมากมาย
ทุกคนสุขสบาย เราเป็นพี่น้องกัน



เพลง มาโรงเรียน
เรามาโรงเรียน เราเขียนเราอ่าน
ครูเล่านิทานสนุกถูกใจ
เราเรียนเราเล่น เราเป็นสุขใจ
ร่าเริงแจ่มใสเมื่อมาโรงเรียน



ประเมินตนเอง
- วันนี้ตั้งใจเรียนมากๆค่ะ สนุกสนาน ยิ้มแย้ม หัวเราะ แต่พวกหนูร้องเพลงไม่ตรงคีย์เท่าไร ก็จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ

ประเมินเพื่อน
- เพื่อนๆคุยเก่ง สนุกสนาน ตั้งใจเรียน และตั้งใจร้องเพลงมากๆค่ะ อาจจะมีเพี่ยนๆบ้างแต่ก็ถือว่าดีในระดับหนึ่งค่ะ

ประเมินอาจารย์
- อาจารย์น่ารัก มีรูปแบบการสอนใหม่ๆเพื่อให้เด็กสนใจ